ย้อนกลับไปในปี 2016 แฟน ๆ ของ ดี.เกรย์แมน ต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของอเลน วอร์คเกอร์และผองเพื่อนในภาค ฮอลโลว์ หลังจากห่างหายไปนานกว่า 8 ปี ซีซั่นนี้สัญญาว่าจะพาเราไปพบกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและมืดหม่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับเหล่าโนอาที่เริ่มเปิดศึกอย่างจริงจัง แล้วมันจะสมคำรอคอยหรือไม่? มาดูกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ดี.เกรย์แมน ฮอลโลว์ เริ่มต้นต่อจากเหตุการณ์ในภาคแรกโดยตรง อเลน วอร์คเกอร์ เอ็กโซซิสต์หนุ่มผู้มีมือซ้ายเป็นอาวุธต้องต่อสู้กับปีศาจที่เรียกว่า 'อาคุม่า' ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยมิลเลนเนียมเอิร์ลและเหล่าโนอาอีก 14 คน แต่ในภาคนี้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อองค์กร 'แบล็คออร์เดอร์' ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากภายในและภายนอกพร้อมกัน การเปิดเผยความลับของอเลนเกี่ยวกับ 'คราวน์คลาวน์' และปริศนาของ 'อัครสาวกที่ 14' ทำให้เนื้อเรื่องซับซ้อนและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
แม้ว่าภาคนี้จะมีเพียง 13 ตอน แต่เนื้อเรื่องถูกบีบอัดให้กระชับและรวดเร็ว ทำให้ผู้ชมที่ไม่เคยอ่านมังงะอาจรู้สึกงงบ้าง โดยเฉพาะการข้ามเนื้อหาบางส่วนไป แต่โดยรวมแล้วยังคงรักษาแก่นของความมืดหม่นและการต่อสู้เพื่อปกป้องมนุษยชาติเอาไว้ได้ดี
งานการแสดงและตัวละคร
นักพากย์ชุดเดิมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับฝีมือที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อายูมุ มูราเสะ ในบทอเลน วอร์คเกอร์ ถ่ายทอดความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดภายในตัวละครได้อย่างถึงอารมณ์ ขณะที่ ทาคุยะ ซาโตะ (ยู คันดะ) และ ไอ คาคุมะ (เลนาลี ลี) ก็ยังคงแข็งแกร่งเช่นเคย
จุดเด่นของภาคนี้คือการเพิ่มมิติให้กับตัวละครรอง โดยเฉพาะ อาเลสเตอร์ โครว์ลีย์ (พากย์โดย โนริอากิ ซึงิยามะ) ที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น และการแนะนำตัวละครใหม่ ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลาที่จำกัด ทำให้การพัฒนาตัวละครบางตัวยังไม่เต็มที่นัก โดยเฉพาะฝั่งโนอาที่ถูกตัดทอนไปมาก
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานแอนิเมชันโดย TMS Entertainment ในครั้งนี้ทำออกมาได้ดีกว่าภาคแรกในหลายจุด โดยเฉพาะฉากต่อสู้ที่ลื่นไหลและมีพลังมากขึ้น การออกแบบตัวละครยังคงสวยงามถูกใจแฟนมังงะ แต่ก็มีบางตอนที่คุณภาพของภาพตกหล่นเล็กน้อย
ดนตรีประกอบโดย ยูกิ คาจิอุระ ยังคงยอดเยี่ยมเช่นเคย ช่วยเสริมบรรยากาศที่ทั้งน่าขนลุกและยิ่งใหญ่ได้อย่างลงตัว เพลงเปิด 'Key -bring it on, my Destiny-' โดย Lenny code fiction และเพลงปิด 'Lotus Pain' โดย Mashiro Ayano ก็เข้ากับธีมของซีรีส์ได้ดี
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการของเรามองว่า ดี.เกรย์แมน ฮอลโลว์ เป็นภาคที่พยายามกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง แต่ก็ต้องเจอกับข้อจำกัดหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือจำนวนตอนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเนื้อหามังงะที่ซับซ้อน ทำให้หลายประเด็นถูกย่อหรือตัดทิ้งไป ส่งผลให้ผู้ชมที่ไม่ได้อ่านมังงะอาจรู้สึกว่าการดำเนินเรื่องเร็วเกินไป
อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ยังคงรักษาจุดแข็งของตัวเองไว้ได้ นั่นคือบรรยากาศที่มืดหม่นและธีมเกี่ยวกับการเสียสละ มิตรภาพ และการต่อสู้กับโชคชะตา การกลับมาของอเลนในภาคนี้ทำให้เราเห็นการเติบโตของเขาในฐานะตัวละครมากขึ้น โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึงตัวตนและเป้าหมายของตัวเอง
สรุป
ดี.เกรย์แมน ฮอลโลว์ เป็นภาคต่อที่แฟน ๆ ของซีรีส์ไม่ควรพลาด แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนตอนและความต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงเสน่ห์ของเรื่องราวดาร์กแฟนตาซีที่เข้มข้นและการพากย์เสียงที่ยอดเยี่ยมไว้ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบแนวบู๊ผจญภัยและต้องการติดตามการเติบโตของอเลน วอร์คเกอร์
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +นักพากย์เสียงคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะอายูมุ มูราเสะ
- +ฉากต่อสู้แอนิเมชันลื่นไหลและสวยงาม
- +ดนตรีประกอบโดยยูกิ คาจิอุระยังคงยอดเยี่ยม
- +เนื้อเรื่องเข้มข้นและมืดหม่นสมกับเป็นภาคต่อ
👎 จุดด้อย
- −จำนวนตอนเพียง 13 ตอน ทำให้เนื้อเรื่องถูกย่อหรือข้ามบางส่วน
- −การพัฒนาตัวละครบางตัวไม่เต็มที่ โดยเฉพาะฝั่งโนอาที่ถูกตัดทอน
- −ผู้ชมใหม่ที่ไม่เคยดูภาคแรกหรืออ่านมังงะอาจงงได้
- −คุณภาพภาพในบางตอนไม่สม่ำเสมอ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรดูภาคแรกก่อน เพราะเนื้อเรื่องต่อเนื่องกันโดยตรง หากข้ามไปอาจทำให้สับสนกับตัวละครและเนื้อหา
ซีซั่นนี้จบใน 13 ตอน แต่เนื้อเรื่องยังไม่จบสมบูรณ์ โดยไปต่อในมังงะ ซึ่งยังคงดำเนินอยู่
ภาคนี้มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและมืดหม่นกว่า มีการเปิดเผยความลับของอเลนและอัครสาวกที่ 14 รวมถึงการต่อสู้กับเหล่าโนอาที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ทั้งหมด 13 ตอน