เมื่อฮอลลีวูดตัดสินใจขยายจักรวาลของสโนไวท์ออกไปอีกครั้งด้วยการเล่าเรื่องราวของนายพรานผู้โด่งดัง 'พรานป่าและราชินีน้ำแข็ง' (The Huntsman: Winter's War) จึงถือกำเนิดขึ้น แม้จะได้นักแสดงชุดเดิมอย่างคริส เฮมส์เวิร์ธ และชาร์ลีซ เธอรอน กลับมา พร้อมเสริมทัพด้วยเอมิลี่ บลันท์ และเจสสิก้า แชสเทน แต่ผลลัพธ์กลับไม่สดใสดั่งที่หวัง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ใน 'สโนไวท์กับนายพราน' โดยเล่าถึงราชินีฟรีอาผู้มีพลังควบคุมน้ำแข็ง หลังจากถูกทรยศจากความรัก เธอจึงปิดหัวใจและสร้างอาณาจักรน้ำแข็งขึ้นมา พร้อมกับลักพาตัวเด็กๆ มาเป็นกองทัพนักรบของเธอ หนึ่งในนั้นคือนายพรานเอริค (คริส เฮมส์เวิร์ธ) และซาร่า (เจสสิก้า แชสเทน) ที่เติบโตมาด้วยกันและต้องฝ่าฝืนกฎของราชินีที่ห้ามมีความรัก เมื่อเวลาผ่านไป เอริคต้องร่วมมือกับเพื่อนร่วมทางเพื่อหยุดยั้งแผนการของราชินีทั้งสองนั่นคือฟรีอาผู้เย็นชาและเรเวนน่าผู้ชั่วร้ายที่กลับมาจากความตาย
งานการแสดงและตัวละคร
คริส เฮมส์เวิร์ธ ยังคงทำหน้าที่นายพรานขวัญใจสาวๆ ได้ดี แต่ตัวละครของเขาดูไม่ลึกซึ้งเท่าไรนัก ขณะที่ชาร์ลีซ เธอรอน กลับมาอีกครั้งในบทเรเวนน่า แม้จะปรากฏตัวน้อยแต่ก็ยังทรงพลัง ส่วนเอมิลี่ บลันท์ในบทฟรีอาถือเป็นไฮไลท์ เธอถ่ายทอดความเย็นชาและความเจ็บปวดได้อย่างน่าสนใจ แต่บทกลับไม่ให้โอกาสเธอได้พัฒนาเต็มที่ เจสสิก้า แชสเทน เล่นบทซาร่าได้แข็งแกร่ง แต่เคมีระหว่างเธอกับเฮมส์เวิร์ธกลับไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
งานภาพของหนังสวยงามตามแบบฉบับแฟนตาซี โดยเฉพาะฉากในอาณาจักรน้ำแข็งที่ดูอลังการ แต่มุมกล้องและการตัดต่อบางครั้งทำให้ฉากแอ็คชั่นดูไม่ต่อเนื่อง ดนตรีประกอบของเจมส์ นิวตัน ฮาวเวิร์ด ทำได้ดี แต่ก็ไม่โดดเด่นเท่าภาคแรก การกำกับของเซดริค นิโคลัส-โทรยัน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในภาคแรก กลับไม่สามารถสร้างความตื่นเต้นหรืออารมณ์ร่วมได้มากพอ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ปัญหาหลักของ 'พรานป่าและราชินีน้ำแข็ง' คือการพยายามเป็นทั้งพรีเควลและซีเควลในเวลาเดียวกัน ทำให้โครงเรื่องไม่ชัดเจน หนังพยายามเล่าเรื่องรักของเอริคและซาร่า แต่ก็ต้องสลับไปจัดการกับราชินีทั้งสองซึ่งมีปมที่ซับซ้อน ผลลัพธ์คือหนังที่ยืดเยื้อและขาดโฟกัส อีกทั้งการกลับมาของเรเวนน่าดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไร โดยรวมแล้วหนังมีเสน่ห์บ้างในบางฉาก แต่ไม่สามารถเทียบชั้นภาคแรกที่มีสโนไวท์เป็นตัวเอกที่มีเสน่ห์และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นกว่า
สรุป
เหมาะสำหรับแฟนหนังแฟนตาซีที่อยากเห็นคริส เฮมส์เวิร์ธสวมบทนายพรานอีกครั้ง หรือคนที่ชื่นชอบชาร์ลีซ เธอรอนและเอมิลี่ บลันท์ แต่ถ้าคาดหวังความสนุกเทียบเท่าภาคแรก อาจผิดหวัง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +นักแสดงนำฝีมือดี โดยเฉพาะเอมิลี่ บลันท์และชาร์ลีซ เธอรอน
- +งานภาพสวย โดยเฉพาะฉากอาณาจักรน้ำแข็ง
- +มีมุมมองความรักและการเสียสละที่น่าสนใจ
👎 จุดด้อย
- −พล็อตเรื่องยืดเยื้อและขาดโฟกัส
- −บทของตัวละครหลักไม่ลึกซึ้งพอ
- −ฉากแอ็คชั่นบางครั้งไม่ต่อเนื่อง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หนังเป็นทั้งพรีเควลและซีเควล โดยเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนภาคแรก แต่มีช่วงเวลาหลังภาคแรกด้วย ควรดูภาคแรกก่อนเพื่อเข้าใจปูมหลัง
สนุกพอประมาณสำหรับคนที่ชอบแฟนตาซีและนักแสดงชุดเดิม แต่หลายคนคิดว่าด้อยกว่าภาคแรกเพราะเนื้อเรื่องไม่เข้มข้น
ไม่มีฉากหลังเครดิต สามารถออกจากโรงได้ทันทีเมื่อหนังจบ