ในปี 2012 โลกของสไปเดอร์แมนกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้แตกต่างออกไป ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน (The Amazing Spider-Man) ไม่ใช่แค่การรีบูตเพื่อเล่าเรื่องเดิมซ้ำ หากแต่เป็นภาพยนตร์ที่กล้าพอจะตั้งคำถามถึงต้นกำเนิดและความรับผิดชอบของฮีโร่ในแบบที่ลึกซึ้งกว่าเดิม พร้อมกับแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ที่นำพาเสน่ห์แบบกบฏวัยรุ่นมาเติมเต็มให้ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ มีมิติมากขึ้น
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ปีเตอร์ พาร์คเกอร์ (แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) เด็กหนุ่มไฮสคูลที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง อาศัยอยู่กับลุงเบน (มาร์ติน ชีน) และป้าเมย์ (แซลลี ฟิลด์) เขาพบกระเป๋าเอกสารของพ่อที่ซ่อนอยู่ ซึ่งนำไปสู่การสืบค้นความลับที่เกี่ยวข้องกับบริษัทออสคอร์พและดร.เคิร์ท คอนเนอร์ส (รีส อีแวนส์) นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังทดลองสารสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากจิ้งจก เมื่อปีเตอร์ถูกแมงมุมดัดแปลงพันธุกรรมกัด เขาได้รับพลังพิเศษ และต้องใช้มันเพื่อปกป้องเมืองจากเดอะ ลิซาร์ด สัตว์ประหลาดที่เกิดจากความทะเยอทะยานของคอนเนอร์ส
งานการแสดงและตัวละคร
แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ สร้างปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ที่เฉลียวฉลาด ปากดี และมีความเปราะบางทางอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ใช่เด็กเนิร์ดขี้อายแต่กลับเป็นหนุ่มขบถที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เอ็มม่า สโตน ในบทเกว็น สเตซี่คือหัวใจของเรื่อง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ทั้งหวานและจริงใจ แตกต่างจากรักสามเส้าที่ซับซ้อนในเวอร์ชั่นก่อน ส่วน รีส อีแวนส์ ก็ถ่ายทอดความขัดแย้งภายในของดร.คอนเนอร์สได้ดี แม้การแปลงร่างเป็นลิซาร์ดจะไม่น่ากลัวเท่าที่ควร
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
มาร์ก เวบบ์ ผู้กำกับจาก (500) Days of Summer นำเสน่ห์ของหนังรักมาใส่ในหนังซูเปอร์ฮีโร่ ฉากสวิงผ่านตึกในนิวยอร์กถูกถ่ายทอดด้วยมุมกล้องที่ใกล้ชิดและรวดเร็ว ให้ความรู้สึกราวกับเรากำลังโหนไปกับเขา งานภาพใช้โทนสีฟ้าเทาให้ความรู้สึกสดใสแต่หม่นหมอง ดนตรีประกอบโดยเจมส์ ฮอร์เนอร์ (ก่อนเสียชีวิต) มีธีมซึ้งกินใจที่เข้ากับเรื่องราวการสูญเสียและการค้นหาตัวตน
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการมองว่า ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน เป็นหนังที่กล้าเล่าเรื่องต้นกำเนิดของฮีโร่ในแบบที่ต่างจากเดิม โดยเน้นย้ำถึง 'พ่อ' ทั้งในเชิงชีวภาพและการอบรมเลี้ยงดู ปีเตอร์ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า 'พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ' ไม่ใช่แค่จากปากของลุงเบน แต่จากประสบการณ์ตรงของเขา หนังยังให้ความสำคัญกับบทบาทของเกว็นในฐานะคู่หูที่ชาญฉลาดและกล้าหาญ จุดเด่นคือเคมีของนักแสดงนำที่ทำให้หนังมีชีวิตชีวา แต่อาจเสียคะแนนในเรื่องของตัวร้ายที่ยังไม่น่าจดจำเท่าที่ควร
สรุป
แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ ดิ อะเมซิ่ง สไปเดอร์แมน ก็เป็นหนังรีบูตที่กล้าหาญและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นสไปเดอร์แมนในมุมที่ใกล้ชิดและโรแมนติกมากขึ้น แต่ถ้าคุณชอบตัวร้ายที่แข็งแกร่งหรือเนื้อเรื่องกระชับ หนังอาจไม่ตอบโจทย์นัก
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีของแอนดรูว์ การ์ฟิลด์และเอ็มม่า สโตนที่ยอดเยี่ยม
- +การตีความตัวละครปีเตอร์ พาร์คเกอร์ที่สดใหม่และมีความเป็นมนุษย์
- +ฉากแอ็กชันที่เน้นความเร็วและมุมกล้องที่สร้างความรู้สึกร่วม
- +บทที่เน้นเรื่องครอบครัวและความสูญเสียอย่างลึกซึ้ง
👎 จุดด้อย
- −ตัวร้ายลิซาร์ดดูไม่น่ากลัวและไม่มีเสน่ห์พอ
- −หนังยาวเกินไปในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงต้นที่ยืดเยื้อ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต่างกันหลายอย่าง: ปีเตอร์ของแอนดรูว์เป็นหนุ่มขบถ ห้าวกว่า สนุกกว่า และความรักของเขากับเกว็นถูกเล่าแบบสมจริงกว่า ขณะที่โทบี้เน้นความน่าเอ็นดูและความสัมพันธ์สามเส้ากับแมรี่ เจน
ควรดู เพราะหนังปูทางไปสู่ปริศนาพ่อแม่ของปีเตอร์และความสัมพันธ์ของเขากับเกว็นซึ่งเป็นแกนหลักในภาคต่อ
ดีในแง่การแสดงและเคมีของนักแสดง แต่ด้อยในแง่ตัวร้ายและความยาวที่ยืดเยื้อ เหมาะกับแฟนหนังฮีโร่ที่ชอบการตีความใหม่
มี ฉากหลังเครดิตเชื่อมโยงไปยังเนื้อเรื่องของภาคต่อ (The Amazing Spider-Man 2)