สำหรับแฟนการ์ตูนเรื่อง 'โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ' การได้เห็นตัวละครสุดโปรดโลดแล่นบนจอเงินในแบบคนแสดงจริงคงเป็นความฝันที่รอคอยมานาน ในปี 2017 หนัง โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ (JoJo's Bizarre Adventure: Diamond Is Unbreakable Chapter I) ก็ได้ปล่อยของออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน โดยมีผู้กำกับมือทองอย่างทาคาชิ มิอิเกะมานั่งแท่นควบคุมทิศทาง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะสนุกสมคำร่ำลือหรือเปล่า บทบรรณาธิการนี้จะพาทุกคนไปหาคำตอบกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หนังเปิดเรื่องในปี 1999 ที่เมืองโมริโอ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่ดูสงบสุขแต่กลับแฝงไปด้วยความลี้ลับ เราได้รู้จักกับ ฮิงาชิคาตะ โจสุเกะ (เคนโตะ ยามาซากิ) เด็กหนุ่มมัธยมปลายผู้มีพลังพิเศษที่เรียกว่า 'สแตนด์' ซึ่งมีชื่อว่า 'เครซี่ ไดมอนด์' ที่สามารถรักษาบาดแผลและซ่อมแซมสิ่งของที่พังเสียหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ วันหนึ่งเขาพบกับ คูโจ โจทาโร่ (ยูสุเกะ อิเซยะ) นักเดินทางผู้มีพลังสแตนด์เช่นกัน โจทาโร่เตือนโจสุเกะว่ามีภัยร้ายกำลังคุกคามเมืองแห่งนี้ และมีเพียงผู้ใช้สแตนด์เท่านั้นที่จะหยุดยั้งมันได้ การผจญภัยของโจสุเกะจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผู้ใช้สแตนด์ที่ชั่วร้ายและไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้
งานการแสดงและตัวละคร
จุดเด่นที่แฟนๆ พูดถึงกันมากที่สุดคือการคัดเลือกนักแสดงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับอย่างมาก เคนโตะ ยามาซากิ ในบทโจสุเกะทำได้ดีทั้งลุคและท่าทาง แม้ว่าบทจะเน้นความขี้เล่นและมุ่งมั่น แต่ก็ยังขาดความลึกซึ้งทางอารมณ์ในบางช่วง ส่วน คามิกิ เรียวโนะสุเกะ ที่รับบทโคอิจิ ฮิโรเสะก็มาในสไตล์น่ารักใสๆ ได้ใจคนดู แต่การแสดงของ ยูสุเกะ อิเซยะ ในบทโจทาโร่นั้นแข็งเกินไป ทำให้ตัวละครที่ควรจะเท่กลับดูไร้อารมณ์จนเกินเหตุ อย่างไรก็ตาม แมคเคนยู ในบทโอคุยาสุก็ทำการบ้านมาดี ให้ความฮาและความเท่ในเวลาเดียวกัน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ทาคาชิ มิอิเกะเป็นผู้กำกับที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ หนังจึงเต็มไปด้วยลูกเล่นการเล่าเรื่องที่เหนือจริง มีการใช้สีสันจัดจ้านและมุมกล้องที่แปลกตา ซึ่งเข้ากับบรรยากาศสุดติสท์ของโจโจ้ได้ดี แต่สำหรับคนดูทั่วไปอาจรู้สึกว่าหนังดูเวอร์วังและไม่สมจริงเกินไป ด้านงานภาพถือว่าทำได้สวยงาม โดยเฉพาะการสร้างเมืองโมริโอที่ดูมีชีวิตชีวา ส่วนดนตรีประกอบใช้เพลงร็อคที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ในการต่อสู้ แต่บางช่วงกลับกลบเสียงพูดจนฟังไม่ชัด ทำให้อรรถรสในการชมลดลง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ในฐานะหนังที่ดัดแปลงจากการ์ตูนชื่อดัง 'โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ' ทำหน้าที่ถ่ายทอดความแปลกประหลาดของโลกโจโจ้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ แต่ปัญหาคือหนังพยายามยัดเยียดเนื้อหาต้นฉบับที่ยาวเหยียดให้จบภายใน 2 ชั่วโมง ทำให้การดำเนินเรื่องกระโดดไปมาและขาดความลื่นไหล ตัวละครบางตัวปรากฏตัวแล้วหายไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้รับการพัฒนาที่เพียงพอ นอกจากนี้ การต่อสู้ของสแตนด์ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่อง กลับถูกนำเสนอแบบเร่งรีบ ขาดการสร้างความตื่นเต้นที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่คุ้นเคยกับเนื้อหาอยู่แล้ว อาจจะสามารถข้ามจุดอ่อนเหล่านี้ไปได้ และสนุกไปกับความจงรักภักดีต่อต้นฉบับในด้านลุคและท่าทางของตัวละคร
สรุป
<p>โดยรวมแล้ว 'โจโจ้ โจ๋ซ่าส์ ล่าข้ามศตวรรษ' เป็นหนังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแฟนพันธุ์แท้โดยเฉพาะ หากคุณเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์นี้ หนังจะทำให้คุณยิ้มได้กับการคัมแบ็คของตัวละครในแบบคนแสดงจริง แต่ถ้าคุณเป็นคนดูทั่วไปที่ยังไม่เคยสัมผัสโลกโจโจ้มาก่อน หนังอาจจะทำให้คุณรู้สึกงงและไม่สนุกเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณชอบงานภาพแนวแฟนตาซีสุดติสท์และไม่ซีเรียสกับเนื้อเรื่องมากนัก ก็ลองเปิดใจรับชมดูได้</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การคัดเลือกนักแสดงที่ตรงกับต้นฉบับ
- +งานภาพสวย สีสันจัดจ้าน สไตล์มิอิเกะสุดติสท์
- +เคารพต้นฉบับในเรื่องลุคและคาแรกเตอร์
👎 จุดด้อย
- −บทหนังแน่นเกินไป ตัดต่อกระโดด ทำให้คนดูใหม่สับสน
- −การแสดงของนักแสดงบางคนแข็ง ไม่มีชีวิตชีวา
- −ฉากต่อสู้สแตนด์ขาดความตื่นเต้นและอิมแพ็ค
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโลกของโจโจ้มาก่อน เพราะหนังอธิบายเนื้อหาไม่ละเอียด อาจทำให้คนดูใหม่สับสนได้
หนังเป็นภาคแรกของ Part 4: Diamond Is Unbreakable โดยเนื้อเรื่องจะต่อจาก Part 3 แต่สามารถดูแบบ standalone ได้ในระดับหนึ่ง
เพราะตั้งใจจะทำเป็นซีรีส์หลายภาค แต่หลังจาก Chapter I ทำรายได้ไม่ดีนัก ทำให้ยังไม่มีข่าวการสร้างภาคต่อ
อธิบายไว้บ้างแต่ไม่ละเอียด โดยเฉพาะคนดูใหม่ที่อาจไม่เข้าใจกลไกของพลังต่างๆ ได้ดีนัก